การจัดตั้งนิติบุคคลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ หน้าที่สำคัญที่ตามมาคือการจัดทำบัญชีและภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สำนักงานบัญชีสามารถปิดงบการเงินและยื่นภาษีได้อย่างแม่นยำ ผู้ประกอบการควรมีระบบการจัดเก็บและส่งมอบเอกสารที่เป็นระเบียบ ดังนี้
1. เอกสารสำคัญในช่วงเริ่มต้นหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเริ่มจ้างสำนักงานบัญชีหรือมีการแก้ไขข้อมูลบริษัท ต้องเตรียมชุดเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมาย ได้แก่:
- หนังสือรับรองนิติบุคคล พร้อมวัตถุประสงค์ (อายุไม่เกิน 3–6 เดือน)
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หากจดทะเบียน VAT
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ
2. เอกสารด้านรายได้ (Income Documents)
ต้องรวบรวมเอกสารที่แสดงถึงการได้รับเงินทุกช่องทาง ได้แก่ ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และ ใบเสร็จรับเงิน ที่ออกให้แก่ลูกค้า หากมีการรับเงินล่วงหน้าหรือเงินมัดจำต้องมีหลักฐานชัดเจน รวมถึง ใบลดหนี้ (Credit Note) กรณีมีการคืนสินค้าหรือบริการ เพื่อให้สำนักงานบัญชีบันทึกรายได้และภาษีขายให้ตรงตามความเป็นจริง
3. เอกสารด้านค่าใช้จ่าย (Expense Documents)
ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักภาษีได้ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการเท่านั้น เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย ใบกำกับภาษีซื้อ และ ใบเสร็จรับเงิน จากซัพพลายเออร์
นอกจากนี้ยังมีเอกสารสำคัญคือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทั้งกรณีที่บริษัทถูกหักและกรณีที่บริษัทหักผู้อื่นไว้) เพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1, 3 หรือ 53 ประจำเดือน
4. เอกสารทางการเงินและธนาคาร
สำนักงานบัญชีจำเป็นต้องใช้ รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ของทุกบัญชีในนามบริษัท รวมถึงบัญชีบัตรเครดิตนิติบุคคล เพื่อใช้ในการกระทบยอดธนาคาร (Bank Reconciliation) และตรวจสอบว่ารายการรับ–จ่ายในสมุดบัญชีตรงกับความเคลื่อนไหวของเงินจริงหรือไม่ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการใช้เงินส่วนตัวปนกับเงินบริษัท
5. เอกสารด้านพนักงานและประกันสังคม
กรณีที่มีการจ้างลูกจ้าง ต้องเตรียม บัญชีจ่ายเงินเดือน (Payroll) และหลักฐานการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม (แบบ สปส. 1-10) ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีที่สำคัญของกิจการ
6. รายงานสินค้าและวัตถุดิบ (ถ้ามี)
สำหรับธุรกิจที่มีสต็อกสินค้า กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำ รายงานสินค้าและวัตถุดิบ และต้องมีการตรวจนับสินค้าคงเหลืออย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้สำนักงานบัญชีและผู้สอบบัญชี (CPA หรือ TA) ตรวจสอบความถูกต้องของต้นทุนขายและมูลค่าสินค้าคงเหลือ
สรุปเช็กลิสต์เอกสารตามหมวด
| หมวดเอกสาร | ตัวอย่างเอกสารหลัก |
|---|---|
| นิติบุคคล / ทะเบียน | หนังสือรับรอง, บอจ.5, ภ.พ.20, บัตรประชาชนกรรมการ |
| รายได้ | ใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน, ใบลดหนี้ |
| ค่าใช้จ่าย | ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จ, หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย |
| การเงิน / ธนาคาร | Bank Statement ทุกบัญชี, บัตรเครดิตนิติบุคคล |
| พนักงาน | Payroll, แบบ สปส. 1-10 |
| สินค้า (ถ้ามี) | รายงานสินค้าและวัตถุดิบ, ผลตรวจนับสต็อก |
ข้อควรระวังในการจัดเก็บ: ตาม พ.ร.บ.การบัญชี ต้องเก็บรักษาเอกสารต้นฉบับที่เป็นกระดาษไว้อย่างน้อย 5–7 ปี เพื่อรอรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากร แม้จะสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัลแล้วก็ยังไม่สามารถทำลายต้นฉบับได้จนกว่าจะได้รับอนุมัติเฉพาะกรณี
การส่งมอบเอกสารควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในต้นเดือนถัดไป เพื่อให้ทันกำหนดเวลาการยื่นภาษีตามปฏิทินที่กฎหมายกำหนด
อยากให้ทีมมืออาชีพดูแลบัญชีและภาษีให้ครบวงจร? ดูบริการทำบัญชีของไมตรีจิตต์ฯ หรือ ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา