การเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่แสดงถึงการเติบโตและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ปัจจุบันประเทศไทยจัดเก็บภาษีประเภทนี้ในอัตรา ร้อยละ 7 จากการขายสินค้าหรือการให้บริการในทุกขั้นตอน
โดยมีรายละเอียดขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรรู้ดังนี้
1. เกณฑ์และกำหนดเวลาการจดทะเบียน
กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้เกินเกณฑ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่มีรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์หรือกลุ่มที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย (เช่น การขายพืชผลเกษตร หรือการขนส่งในประเทศ) สามารถเลือกจดทะเบียนโดยสมัครใจได้ เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ในการหักกลบภาษีซื้อและภาษีขาย
2. ช่องทางการจดทะเบียน
กรมสรรพากรเปิดให้ผู้ประกอบการเลือกยื่นคำขอได้ 2 ช่องทางหลัก:
- ผ่านอินเทอร์เน็ต: ยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) ในเมนูบริการภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว
- ยื่นด้วยแบบกระดาษ: ดำเนินการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการหลักตั้งอยู่
3. เอกสารสำคัญที่ต้องจัดเตรียม
ในการยื่นคำขอ ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารหลักดังนี้:
- แบบคำขอ ภ.พ.01 (และแบบ ภ.พ.01.1 กรณีจดทะเบียนโดยสมัครใจ)
- หลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ: เช่น สัญญาเช่าอาคารที่ปิดอากรแสตมป์ถูกต้อง หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงาน รวมถึงแผนที่และภาพถ่ายสำนักงานที่แสดงป้ายชื่อและเลขที่บ้านชัดเจน
- เอกสารรับรองนิติบุคคล: สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน) พร้อมวัตถุประสงค์ และสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ
4. กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติ
ภายหลังการยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์หรือแบบกระดาษ เจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่จะทำการนัดหมายเพื่อตรวจเยี่ยมสถานประกอบการจริง เพื่อยืนยันตัวตนและการดำเนินธุรกิจ
โดยปกติกระบวนการพิจารณาจนถึงการออกใบทะเบียนจะใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ เมื่อได้รับการอนุมัติ กรมสรรพากรจะส่งมอบใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ให้แก่ผู้ประกอบการทางไปรษณีย์
5. หน้าที่ภายหลังเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
เมื่อได้รับแบบ ภ.พ.20 แล้ว ธุรกิจมีหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ดังนี้:
- แสดงใบทะเบียน: ต้องนำใบ ภ.พ.20 ตัวจริงใส่กรอบติดไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ
- ออกใบกำกับภาษี: ต้องจัดทำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมอบให้ผู้ซื้อทุกครั้งเมื่อมีการขายหรือบริการ
- จัดทำรายงานภาษี: ต้องทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ โดยต้องลงรายการภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่มีเอกสาร
- ยื่นแบบ ภ.พ.30: มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและนำส่งภาษีเป็นรายเดือน แม้ในเดือนนั้นจะไม่มีรายได้เลยก็ตาม
กำหนดยื่น ภ.พ.30 รายเดือน: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากยื่นแบบกระดาษ หรือภายในวันที่ 23 หากยื่นออนไลน์
| ช่องทางยื่น ภ.พ.30 | กำหนดเวลา (ของเดือนถัดไป) |
|---|---|
| ยื่นแบบกระดาษ ณ สรรพากรพื้นที่ | ภายในวันที่ 15 |
| ยื่นออนไลน์ผ่าน www.rd.go.th | ภายในวันที่ 23 |
ไม่อยากพลาดกำหนดยื่นภาษีหรือจัดทำรายงานภาษีผิดพลาด? ดูบริการด้านภาษีของไมตรีจิตต์ฯ หรือ ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา