เมื่อธุรกิจดำเนินงานในรูปแบบนิติบุคคล สิ่งหนึ่งที่กรรมการและฝ่ายบัญชีต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงิน (ที่เป็นนิติบุคคล) มีหน้าที่ต้องหักเงินไว้ส่วนหนึ่งตามอัตราที่กำหนดเพื่อนำส่งกรมสรรพากร

โดยถือเป็นการเสียภาษีล่วงหน้าของผู้รับเงิน ซึ่งประเภทและรูปแบบการหักภาษีมีความแตกต่างกันตามลักษณะของเงินได้ดังนี้

1. การหักภาษีจากเงินเดือนพนักงาน (ภ.ง.ด.1)

เมื่อบริษัทมีการจ้างงานและจ่ายเงินเดือน กิจการมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าของบุคคลธรรมดา นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ต้องหักเงินสมทบประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง (คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เพื่อนำส่งสำนักงานประกันสังคมควบคู่กันไปด้วย

การคำนวณหักภาษีและประกันสังคมจากเงินเดือนพนักงาน
การจ่ายเงินเดือนต้องหักทั้งภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และเงินสมทบประกันสังคม (ภาพ: Pexels)

2. การจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.3)

ในกรณีที่บริษัทมีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่บุคคลธรรมดาที่มิใช่พนักงาน เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างทำของ หรือค่าบริการวิชาชีพอิสระ บริษัทต้องจัดทำภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 ตัวอย่างเช่น การจ้างฟรีแลนซ์มาทำงานเป็นรายครั้ง

3. การจ่ายเงินให้นิติบุคคลด้วยกัน (ภ.ง.ด.53)

เมื่อบริษัททำธุรกรรมกับนิติบุคคลอื่น เช่น การจ่ายค่าบริการให้บริษัทรับจ้างทำความสะอาด หรือค่าเช่าสำนักงานให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายกำหนดให้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ซึ่งช่วยให้ระบบการเงินของทั้งสองฝ่ายมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่าย

แบบยื่นผู้รับเงินตัวอย่างรายการ
ภ.ง.ด.1พนักงานในบริษัทเงินเดือน ค่าจ้าง
ภ.ง.ด.3บุคคลธรรมดา (ไม่ใช่พนักงาน)ค่าเช่า ค่าจ้างทำของ ฟรีแลนซ์
ภ.ง.ด.53นิติบุคคลค่าบริการ ค่าเช่าจากบริษัทอื่น

4. อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย

อัตราหลักที่พบบ่อยในการประกอบธุรกิจในไทยที่ควรทราบ เช่น:

ประเภทเงินได้อัตราที่มักหัก
ค่าบริการและค่าจ้างทำของ3%
ค่าเช่า5%
ค่าขนส่ง1%
info

หมายเหตุ: อัตราข้างต้นเป็นอัตราที่พบบ่อยเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น อัตราจริงขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และประเภทผู้รับเงินตามประมวลรัษฎากร ควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรทุกครั้ง

5. กำหนดเวลาและช่องทางการนำส่ง

ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีที่หักไว้ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปหากยื่นด้วยแบบกระดาษ หรือขยายเวลาได้ถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไปหากยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-Filing)

ปัจจุบันกรมสรรพากรและสถาบันการเงินได้พัฒนาระบบ e-WHT (Electronic Withholding Tax) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการหักและนำส่งภาษีผ่านระบบธนาคารได้ทันทีขณะโอนเงิน ช่วยลดขั้นตอนการจัดทำเอกสารกระดาษและเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูล

ช่องทางนำส่งกำหนดเวลา (ของเดือนถัดไป)
ยื่นแบบกระดาษภายในวันที่ 7
ยื่นออนไลน์ (e-Filing)ภายในวันที่ 15
การนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-WHT ทางออนไลน์
ระบบ e-WHT ช่วยให้หักและนำส่งภาษีผ่านธนาคารได้ทันทีขณะโอนเงิน (ภาพ: Pexels)
warning

ข้อควรระวัง: นิติบุคคลต้องจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) มอบให้ผู้รับเงินทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเสียภาษีประจำปี หากละเลยการหักหรือนำส่งล่าช้า กิจการอาจต้องรับผิดชอบค่าปรับและเงินเพิ่มตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

การใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับระบบภาษี จะช่วยให้การจัดการเรื่องนี้มีความแม่นยำและลดความเสี่ยงทางภาษีได้เป็นอย่างดี


support_agent

อยากให้การหักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่ายถูกต้องตรงเวลาทุกเดือน? ดูบริการด้านภาษีของไมตรีจิตต์ฯ หรือ ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา