การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือทางกฎหมายและช่วยในการวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ รูปแบบองค์กรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทยคือ บริษัทจำกัด (บจก.) และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านโครงสร้างและความรับผิดชอบในหนี้สิน
ปัจจุบันกฎหมายอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดได้โดยมีผู้เริ่มก่อการเพียง 2 คนขึ้นไป สำหรับขั้นตอนการจดทะเบียนมีรายละเอียดที่ผู้ประกอบการควรศึกษาดังนี้
1. การเตรียมการและจองชื่อนิติบุคคล
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบและจองชื่อบริษัทผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อป้องกันชื่อซ้ำหรือขัดต่อหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ประกอบการสามารถเสนอชื่อได้สูงสุด 3 ชื่อ โดยชื่อที่ได้รับอนุมัติจะมีอายุการใช้งานสำหรับจดทะเบียนภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจให้ครอบคลุม และระบุที่ตั้งสำนักงานใหญ่พร้อมเลขรหัสประจำบ้าน 11 หลักให้ชัดเจน
2. การจัดประชุมและเตรียมโครงสร้างทุน
สำหรับบริษัทจำกัด ต้องมีการจองซื้อหุ้นจนครบและจัดประชุมจัดตั้งบริษัท เพื่อพิจารณาข้อบังคับ แต่งตั้งกรรมการ คัดเลือกผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และกำหนดค่าตอบแทน
ในด้านการเงิน กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการเรียกชำระค่าหุ้นอย่างน้อย ร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน ซึ่งทุนจดทะเบียนควรสัมพันธ์กับลักษณะธุรกิจเพื่อความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรม
3. ช่องทางการจดทะเบียนและค่าธรรมเนียม
ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการผ่านระบบ DBD Biz Regist ซึ่งเป็นช่องทางดิจิทัลหลักที่ช่วยให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ระบบนี้เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ThaiD สำหรับการยืนยันตัวตนและลงนามอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เกี่ยวข้อง
ข้อดีของการจดทะเบียนออนไลน์คือได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมร้อยละ 50 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงสามารถเลือกยื่นเอกสารแบบกระดาษ (Walk-in) ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าได้เช่นกัน
| ช่องทางจดทะเบียน (บริษัทจำกัด) | ค่าธรรมเนียม |
|---|---|
| ออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist | 2,500 บาท (ลด 50%) |
| ยื่นเอกสารแบบกระดาษ (Walk-in) | 5,000 บาท |
4. เอกสารสำคัญที่ต้องใช้
ในการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ชุดเอกสารหลักที่ต้องเตรียมประกอบด้วย:
- แบบ บอจ.1 คำขอจดทะเบียนบริษัท
- แบบ บอจ.2 หนังสือบริคณห์สนธิ
- แบบ บอจ.3 รายการจดทะเบียนจัดตั้ง
- แบบ บอจ.5 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- แบบ ก. รายละเอียดของกรรมการ
- แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงาน และหลักฐานการชำระค่าหุ้น
5. หน้าที่ภายหลังการจดทะเบียน
หลังจากนายทะเบียนรับจดทะเบียนและมอบหนังสือรับรองแล้ว ธุรกิจมีหน้าที่ต้องนำเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักไปใช้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีทันที
ข้อควรระวังเรื่องภาษี: หากกิจการมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากรภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ต้องจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น จ้างนักบัญชีเพื่อจัดทำบัญชีรายเดือน และจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีเพื่ออนุมัติงบการเงิน และส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติ
ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลการจดทะเบียนธุรกิจและงานบัญชีให้ครบวงจร? ดูบริการจดทะเบียนธุรกิจของไมตรีจิตต์ฯ หรือ ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา